รู้จักกรองอากาศรถยนต์ พร้อมราคาในท้องตลาด

0
255

ถือว่าเป็นอุปกรณ์ชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องยนต์ก็ว่าได้ สำหรับกรองอากาศรถยนต์ (Air filter) ซึ่งทำหน้าที่กรองผงฝุ่นต่าง ๆ ไม่ให้เข้าไปในระบบเผาไหม้ภายในห้องเครื่องรถยนต์นั้นเอง โดยกรองอากาศรถยนต์จัดว่าเป็นอะไหล่สิ้นเปลืองที่ต้องเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้เครื่องยนต์ยังคงทำงานได้แบบสมบูรณ์

>>>แอร์รถไม่เย็น ต้องปิดแล้วเปิดใหม่ เกิดจากสาเหตุอะไร ?

>>>เซ็นเซอร์ออกซิเจนเสีย จะรู้ได้อย่างไง?

ทั้งนี้หากคุณปล่อยละเลยให้กรองอากาศรถยนต์เสื่อมสภาพหรืออุดตัน เนื่องจากไม่ยอมเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนด อากาศที่จะไหลเข้าสู้ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์จะลดน้อยลงไปจากเดิม ทำให้เครื่องยนต์มีความผิดปกติไปจากเดิมนั้นเอง

อาการผิดปกติของเครื่องยนต์ที่เกิดจากกรองอากาศอุดตัน

  • เครื่องยนต์กำลังตก
  • เครื่องยนต์สั่น
  • สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ
  • ควันไอเสียมีสีดำ

ปัจจุบันในท้องตลาดจะมีไส้กรองอากาศรถยนต์ให้เลือกอยู่ 2 ประเภท ได้แก่

1. ไส้กรองอากาศแบบเปียก (กรอง อากาศ รถยนต์ ราคา)

ในปัจจุบันแทบจะไม่มีใครใช้แล้วก็ว่าได้ สำหรับไส้กรองอากาศแบบเปียก หรือ “ไส้กรองแบบน้ำมัน” โดยเป็นที่นิยมในรถปีเก่ามาก ๆ เรียกว่าต้องเป็นรถยนต์รุ่นปี ค.ศ. 1950 – 1960 ซึ่งลักษณะการทำงานของไส้กรองอากาศแบบเปียกก็คือ ไส้กรอกจะมีน้ำมันหล่อไว้ภายใน โดยจะมีอากาศไหลผ่านเข้าไปในหม้อกรองผ่านน้ำมันที่ขังอยู่ พวกผงฝุ่นต่าง ๆ จะถูกน้ำมันจับไว้ไม่ให้ไหลผ่านไปได้นั้นเอง

2. ไส้กรองอากาศแบบแห้ง (ล้างกรองอากาศ)

ถือว่าเป็นไส้กรองอากาศในยุคปัจจุบันก็ว่าได้ ซึ่งในตลาดมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่

– ไส้กรองอากาศแบบธรรมดา

– ไส้กรองอากาศแบบเคลือบน้ำยา

ไส้กรองอากาศแบบธรรมดา (ล้างกรองอากาศ)

เรียกได้ว่าเป็นของเดิม ๆ ที่ติดตั้งจากโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ก็ว่าได้ และถือว่าเป็นไส้กรอกอากาศยอดนิยม และใช้กันมาเป็นระยะเวลายาวนานกันพอสมควร ซึ่งหากคุณเป็นคนใช้รถยนต์ขับขี่แบบคนธรรมดาทั่วไปแล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่าไส้กรองอากาศแบบธรรมดาก็ถือว่าเพียงพอในการใช้งานแล้วก็ว่าได้

ไส้กรองอากาศแบบธรรมดา เรียกได้ว่ามีมากมายให้เลือกพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นของแท้เบิกศูนย์ ยี่ห้อไส้กรองอากาศชื่อดังหลายเจ้า ตลอดจนไส้กรองที่ไม่มียี่ห้อก็ว่าได้ ซึ่งราคาจะอยู่ประมาณ 200 – 800 บาท ขึ้นอยู่ว่าคุณจะเลือกใช้แบบไหนนั้นเอง

สำหรับอายุการใช้งานของไส้กรองอากาศแบบธรรมดา เฉลี่ยอยู่ที่ 20,000 กิโลเมตร ซึ่งคุณสามารถถอดไส้กรองอากาศเอามาเป่าด้วยลมแรง ๆ ทำความสะอาดได้อีกด้วย โดยอาจจะทำในทุก ๆ ระยะทางที่วิ่ง 5,000 กิโลเมตรก็ได้ แต่เมื่อถึงระยะเวลาที่ต้องเปลี่ยนไงก็แนะนำให้เปลี่ยนใหม่ดีกว่า เนื่องจากมีราคาไม่แพงนั้นเอง

ไส้กรองอากาศแบบเคลือบน้ำยา (กรองอากาศรถยนต์)

เป็นการอัพเกรดขึ้นมาอีกระดับก็ว่าได้สำหรับไส้กรองอากาศแบบเคลือบน้ำยา ตามปกติจะนิยมอยู่ในเครื่องจักรขนาดใหญ่ ที่ทำงานในที่ฝุ่นเยอะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถไถ รถตักดิน เป็นต้น โดยคุณสมบัติพิเศษของไส้กรองลักษณะนี้ก็คือ ตัวน้ำยาที่เคลือบไว้ที่ไส้กรองจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดักจับผงฝุ่นต่าง ๆ ไม่ให้เข้าไปสู่เครื่องยนต์ได้ดีกว่าไส้กรองแบบธรรมดา

ทั้งนี้ขอเสียของไส้กรองอากาศแบบเคลือบน้ำยาก็คือ มีราคาที่สูงกว่าไส้กรองอากาศแบบปกติ และไม่สามารถทำความสะอาดได้ เรียกได้ว่าแกะเปลี่ยนใหม่อย่างเดียวเมื่อถึงระยะเวลากำหนด

สำหรับวิธีการถอด กรอง อากาศออกมาทำความสะอาดหรือเปลี่ยนด้วยตนเอง ถือว่าง่าย ๆ ไม่ยากแม้แต่น้อย เนื่องจากผู้ผลิตได้ออกแบบให้เปลี่ยนได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ เลยก็ว่าได้ ซึ่งที่ใส่กรองอากาศของรถยนต์จะเป็นกล่องพลาสติกอยู่บริเวณหน้าเครื่องยนต์ โดยฝาครอบกรองอากาศจะถูกล็อกไว้เพียงแค่กิ๊บล็อกไม่กี่ตัวก็ว่าได้ ทำให้คุณสามารถใช้มือแกะออกได้แบบง่าย ๆ นั้นเอง

ทั้งนี้หากคุณไม่สามารถทำได้ด้วยตนเองแล้วล่ะก็ คุณสามารถไปให้ร้านซ่อมรถยนต์ทั่ว ๆ ไปเปลี่ยนได้เลย ตลอดจนอาจจะรอไปพร้อมการถ่ายน้ำมันเครื่องก็ว่าได้ ซึ่งการที่เราใช้กรองอากาศเกินระยะเวลาที่กำหนดมาไม่มาก เรียกได้ว่าไม่ส่งผลใด ๆ กับเครื่องยนต์แม้แต่น้อย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ที่:https://rakamercedes.com/

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here