เมื่อคันเร่งรถยนต์ค้าง ต้องปฏิบัติอย่างไร ?

0
362

เมื่อรถยนต์เกิดอาการคันเร่งค้างขึ้นมาแล้วล่ะก็ ถือว่าเป็นความผิดปกติอันตรายมาก ๆ หากคุณยังคิดจะใช้งานรถยนต์คันนั้นที่เกิดอาการคันเร่งค้าง ซึ่งคันเร่งรถยนต์ค้างถือว่าเป็นอะไรที่เกิดขึ้นยากมาก ๆ กับรถยนต์  เนื่องจากผู้ผลิตมีการออกแบบป้องกันไม่ให้เกิดอาการเหล่านี้ได้อย่างง่าย ๆ

>>>เมื่อแอร์รถไม่เย็น ซ่อมกี่บาท ?

>>>เกียร์ออโต้ มีกี่แบบ cไหนดีหรือไม่ดี

คำแนะนำที่ดีที่สุดเมื่อคันเร่งรถยนต์ค้างก็คือ หยุดใช้งานรถยนต์คันนั้นทันทีโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ซึ่งควรต้องตรวจสอบสาเหตุคันเร่งรถยนต์ค้างว่ามาจากสาเหตุใดกันแน่ จะได้แก้ไขได้ถูกจุด ตลอดจนอาจต้องโทรเรียกรถสไลด์เพื่อนำรถยนต์ของคุณไปตรวจเช็กและซ่อมที่ศูนย์บริการ ตลอดจนอู่บริการต่าง ๆ ที่คุณวางใจก็ว่าได้

ทั้งนี้สามารถแบ่งลักษณะอาการรถคันเร่งค้างไว้ได้ 2 รูปแบบ ได้แก่

– คันเร่งรถยนต์ค้างระหว่างการขับขี่

– คันเร่งรถยนต์ค้างแต่รถจอดอยู่เฉย ๆ

อาการคันเร่งรถยนต์ค้างระหว่างการขับขี่

ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงพอสมควร เมื่อคุณขับ ๆ รถยนต์ไปแล้วเกิดอาการคันเร่งค้าง ซึ่งอันตรายเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นตัวคุณเองหรือเพื่อนรวมท้องถนนก็ตามแต่ อย่างแรกที่ต้องจำขึ้นใจไว้เลยก็คือ ห้ามดับเครื่องยนต์โดยเด็ดอาจ ไม่ว่าอะไรจะขึ้นก็ตาม

ทำไมถึงห้ามดับเครื่องยนต์เมื่อคันเร่งรถค้าง ?

เมื่อคุณดับเครื่องยนต์ขณะที่รถยนต์ยังคงวิ่งอยู่ ระบบควบคุมต่าง ๆ ที่ค่อยช่วยเหลือคุณจะดับไปพร้อมกับเครื่องยนต์นั้นเอง อันตรายจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น พ่วงมาลัยรถจะหนักขึ้นจากเดิมอย่างมาก และระบบจะเบรกจะไม่สามารถใช้งานได้เหมือนเครื่องยนต์ติดอยู่

คำแนะนำก็คือ ไม่ต้องตกใจกับอาการคันเร่งค้างที่เกิดขึ้น แต่ให้คุณพยายามเข้าเกียร์ว่างให้ได้ หากเป็นรถเกียร์ออโตเมติกก็ดันไปที่ตัว N ได้เลย ไม่ตัวกลัวว่าเกียร์จะเลยไปเกียร์ R แต่อย่างใด เนื่องจากรถยนต์จะมีระบบการป้องกันตัวเองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

เมื่อคุณสามารถทำให้รถยนต์เป็นเกียร์ว่างได้แล้ว ก็รีบประคองรถยนต์ให้จอดข้างทางให้เรียบร้อยและปลอดภัย ถึงดับเครื่องยนต์ได้ ทั้งนี้คุณไม่ต้องตกใจกับรอบเครื่องยนต์ที่เพิ่มสูงขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากรถยนต์สมัยใหม่จะมีกล่องควบคุมรอบเครื่องยนต์อยู่แล้ว ทำให้เครื่องยนต์ของคุณไม่มีโอกาสพังได้จากเหตุนี้แม้แต่น้อย

หากเป็นรถยนต์เกียร์ธรรมดาแล้วล่ะก็ เมื่อคันเร่งรถยนต์ค้างระหว่างการขับขี่อยู่ก็ให้ทำการเหยียบคลัตช์แล้วปลดมาเกียร์ว่างเพียงเท่านั้น ส่วนขั้นตอนอื่น ๆ ทำเหมือนกับรถยนต์เกียร์ออโตเมติกก็ว่าได้

อาการคันเร่งรถยนต์ค้างแต่รถจอดอยู่เฉย ๆ

อันนี้ไม่อันตรายแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่ได้ขับขี่รถยนต์ เพียงแค่คุณสตาร์ทเครื่องยนต์อาการคันเร่งค้างก็แสดงอาการทันที สิ่งที่ต้องทำก็คือ ดับเครื่องยนต์เท่านั้น คุณยังไม่ต้องทำอย่างอื่นอย่างใด

ปัจจัยต่าง ๆ ที่สามารถทำให้คันเร่งค้างนั้น อาจเกิดได้จากความผิดปกติของรถยนต์ การเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ และความประมาทของตัวผู้ขับขี่เอง

ทั้งนี้การเสื่อมสภาพของสายคันเร่ง เรียกได้ว่าจะเกิดขึ้นกับรถยนต์รุ่นเก่า ๆ เพียงเท่านั้น เนื่องจากกลไกคันเร่งเป็นแบบสายธรรมดา ซึ่งอาจเกิดการฝืดจากอายุการใช้งาน ทำให้รถยนต์เกิดความผิดปกตินั้นเอง ส่วนความผิดพลาดและความประมาทของตัวผู้ขับขี่อาจเกิดจากพฤติกรรมดังต่อไปนี้

1. อาจเกิดจากความตกใจจากผู้ขับขี่จากเหตุการณ์ต่าง ๆ เมื่อคุณจะเหยียบเบรกแต่ดันไปเหยียบคันเร่งแทน ซึ่งแทนที่รถจะชะลอจากการเบรกกลายเป็นรถพุ่งไปจากการเหยียบคันเร่งนั้นเอง

2. หากถอดรองเท้าขับรถยนต์ แล้วไม่ได้วางรองเท้าที่ถอดไว้ในตำแหน่งอื่นของรถ อาจเกิดเหตุการณ์รองเท้าของคุณเองเข้าไปติดขัดกับคันเร่ง ตลอดจนเบรกก็เป็นได้ ซึ่งอันตรายมาก ๆ

3. แป้นคันเร่งมีปัญหา อาจเกิดจากความเสื่อมสภาพของสปริงที่ตีกลับ ทำให้คันเร่งไม่คืนตัวตามแรงเท้าเรา

4. เบรกจมหรือเบรกแตก ทำให้ไม่สามารถห้ามล้อได้ ตลอดจนหม้อรถเบรกอาจมีปัญหาจนทำให้รถยนต์เบรกไม่อยู่นั้นเอง

5. ขวดน้ำหรือสิ่งของต่าง ๆ เข้าไปติดขัดไว้ที่คันเร่ง ตลอดจนตรงแป้นเบรกนั้นเอง จึงเน้นย้ำอยู่เสมอว่าบริเวณแป้นเบรก แป้นคันเร่ง ไม่ควรมีสิ่งของใด ๆ มาวางทิ้งไว้แม้แต่น้อย

6. พรมปูรถเคลื่อนเข้าไปติดที่ซอกคันเร่ง

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เมื่อรถยนต์ของคุณเกิดอาการคันเร่งค้างขึ้นมาแล้วล่ะก็ ไม่ว่าสาเหตุใดก็ตามแต่ อย่าดับเครื่องยนต์แต่อย่างใดถ้ารถของคุณวิ่งอยู่ ให้พยายามเข้าเกียร์ว่างให้ได้และถึงเหยียบเบรกชะลอรถ หากดับเครื่องยนต์ระหว่างที่รถยังคงแล่นอยู่ อันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ที่:https://rakamercedes.com/

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here